ขั้นที่ 1 — ถ่ายรูปให้ครบ 5 รูป
ใช้มือถือธรรมดาได้ ไม่ต้องกล้องพิเศษ ขอแค่ชัดและไม่ย้อนแสง
- หน้าปัดเต็มเรือน — ถ่ายตรง ๆ ในที่สว่าง ให้เห็นตัวอักษรชัด
- ด้านหลังตัวเรือน — ถอดออกจากข้อมือแล้วพลิก
- ข้อต่อสายและตัวล็อก — ให้เห็นสภาพการใช้งาน
- ด้านข้าง — เห็นความหนาและร่องรอยขัด
- กล่องกับใบรับประกัน — ถ้ามี ไม่มีก็ข้ามได้
ถ้ามีตำหนิ ให้ถ่ายตรงตำหนิด้วย จะได้ไม่ต้องมาปรับราคาทีหลัง และทำให้ร้านเชื่อถือคุณมากขึ้น
ขั้นที่ 2 — รวบรวมของให้ครบ
ค้นลิ้นชักให้ทั่วก่อน ของพวกนี้มีมูลค่าจริงทุกชิ้น
- กล่องนอก กล่องใน ถุงผ้า
- ใบรับประกัน ใบเสร็จ ใบเซอร์วิส
- ข้อสายที่ตัดออก — คนลืมบ่อยที่สุด แต่มีมูลค่าจริง
- ป้ายห้อยเดิม หนังสือคู่มือ
- สายเดิม ถ้าเคยเปลี่ยนสายใหม่
ขั้นที่ 3 — ถามราคาอย่างน้อย 2-3 ที่
ใช้เวลาไม่ถึงวัน แต่ส่วนต่างอาจหลายหมื่น ส่งรูปชุดเดียวกันไปถามหลายร้านพร้อมกันได้เลย
- “ราคาเต็มของรุ่นนี้อยู่ที่เท่าไหร่ แล้วหักอะไรออกบ้าง”
- “ราคานี้หักค่าเดินทางหรือค่าดำเนินการไปแล้วหรือยัง”
- “ถ้ามาเจอกันแล้วราคาเปลี่ยน จะเปลี่ยนด้วยเหตุผลอะไรได้บ้าง”
- “มีใบรับซื้อให้ไหม”
ร้านที่ตอบชัดทุกข้อคือร้านที่คุยด้วยได้ ส่วนร้านที่อ้อมแอ้มหรือเลี่ยงตอบ ให้ระวังไว้
ขั้นที่ 4 — เตรียมเอกสารและนัดเจอ
เอกสารที่ต้องใช้มีแค่บัตรประชาชนใบเดียว (ชาวต่างชาติใช้พาสปอร์ต) เพราะกฎหมายบังคับให้ร้านรับซื้อของเก่าต้องบันทึกผู้ขาย ร้านไหนไม่ขอบัตรเลย ให้สงสัยไว้ก่อน
นัดเจอที่ไหนดี
- ธนาคาร — ปลอดภัยที่สุด มีกล้อง มีเจ้าหน้าที่ โอนเงินได้ทันที
- ห้างสรรพสินค้า — คนเยอะ มีกล้อง สะดวก
- ที่ร้าน — ดูสภาพร้านจริงได้ด้วย
อย่านัดที่เปลี่ยว อย่านัดตอนดึก และอย่าไปคนเดียวถ้าเป็นเรือนราคาสูง
ขั้นที่ 5 — ตอนส่งมอบ
- ให้ตรวจนาฬิกาต่อหน้าคุณ อย่าให้ใครเอาเข้าไปในห้องด้านใน
- ถ้าราคาเปลี่ยนจากที่คุยไว้ ให้ขอดูเหตุผลตรงจุดที่เขาอ้าง
- นับเงินให้ครบก่อนส่งมอบ หรือรอให้เงินเข้าบัญชีจริงก่อน
- ขอใบรับซื้อที่ระบุรุ่น เลขเครื่อง สภาพ และจำนวนเงิน แล้วถ่ายรูปเก็บไว้
คำถามที่พบบ่อย
ไม่รู้ว่านาฬิกาเป็นรุ่นอะไร ทำยังไง
ควรล้างเครื่องก่อนขายไหม
ต้องเสียภาษีไหม
ถ่ายรูปด้วยมือถือแล้วส่งมาทาง LINE @625thecr หรือโทร 092-883-9799 — ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด ถามเฉย ๆ ไม่ขายก็ได้